Binance โดนแฮก 6,300 ล้านดอลลาร์ ผู้ใช้ต้องทำอะไร
Binance โดนแฮกครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์คริปโต 6,300 ล้านดอลลาร์ เกิดอะไรขึ้น เงินผู้ใช้ปลอดภัยไหม และต้องระวังมิจฉาชีพแอบอ้างยังไง

เมื่อ 29 ตุลาคม 2026 Binance ศูนย์ซื้อขายคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในโลก ถูกแฮกครั้งใหญ่ เงินถูกดูดออกไปราว 6,300 ล้านดอลลาร์ (ราว 2 แสนล้านบาท) ภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง กลายเป็น การโจรกรรมคริปโตครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ บทความนี้สรุปว่าเกิดอะไรขึ้น เงินของผู้ใช้ปลอดภัยไหม และคนที่ใช้แอปคริปโตบนมือถือควรทำอะไรตอนนี้
สรุปเหตุการณ์
- วันที่: 29 ตุลาคม 2026 เวลาราว 20:05 UTC (ประมาณ 03:05 น. ของวันที่ 30 ตามเวลาไทย)
- มูลค่าความเสียหาย: Binance ประเมินไว้ราว 6,300 ล้านดอลลาร์
- สิ่งที่ถูกขโมย: เงินใน Hot Wallet หรือกระเป๋าเงินที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของ Binance บน 10 บล็อกเชน ส่วนใหญ่ถูกดูดออกภายใน 20 นาที
- เทียบสถิติเดิม: ใหญ่กว่าเหตุการณ์ Bybit ปี 2025 ที่เสียหายราว 1,500 ล้านดอลลาร์ถึง 4 เท่า
แฮกเกอร์เข้ามาได้ยังไง
ข้อมูลยังมาจากการสอบสวนเบื้องต้น:
- Binance พบว่า แล็ปท็อปของวิศวกรฝ่าย DevOps ถูกเจาะ และอาจเป็นช่องทางเข้าระบบที่ใช้สั่งถอนเงิน
- ต่อมา Binance บอกว่าเจอ จุดรั่วอื่นเพิ่มเติม Co-CEO Richard Teng ระบุว่าแฮกเกอร์ไม่ได้ใช้แค่สิทธิ์ของวิศวกรคนเดียว และไม่ใช่การกดครั้งเดียวจบ
- บริษัทวิเคราะห์บล็อกเชน TRM Labs พบว่าแฮกเกอร์ เตรียมการมาอย่างน้อย 36 ชั่วโมง และซ้อมกับกระเป๋าทดสอบก่อนลงมือจริง
- Binance ระบุว่า ยังไม่พบหลักฐานว่า Private Key ของกระเป๋าเงินรั่วไหล
ใครอยู่เบื้องหลัง
บริษัทวิเคราะห์บล็อกเชนอย่าง TRM Labs และ Chainalysis ชี้ว่าน่าจะเป็นกลุ่ม TraderTraitor ซึ่งเชื่อมโยงกับกลุ่ม Lazarus ของเกาหลีเหนือ กลุ่มเดียวกับที่ FBI ระบุว่าอยู่เบื้องหลังการแฮก Bybit
อย่างไรก็ตาม Binance ยังไม่ได้ยืนยันตัวผู้ก่อเหตุ อย่างเป็นทางการ
เงินของผู้ใช้ปลอดภัยไหม
ข้อมูลจาก Binance ณ วันที่ 30 ตุลาคม:
- Binance ยืนยันว่า เงินของผู้ใช้ปลอดภัย และจะ ชดเชยความเสียหายทั้งหมด ด้วยกองทุนคุ้มครองผู้ใช้ SAFU และเงินของบริษัท
- อายัดเงินที่ถูกขโมยได้แล้วราว 3,000 ล้านดอลลาร์ ด้วยความร่วมมือจาก Tether, Circle และพันธมิตรบล็อกเชน
- ระงับการฝาก-ถอนชั่วคราว ตอนนี้ การฝากกลับมาใช้ได้แล้ว ส่วน การถอนจะทยอยเปิดภายในสุดสัปดาห์นี้ หลังตรวจสอบความปลอดภัยเสร็จ
- Binance จะเผยแพร่ รายงานสรุปเหตุการณ์ฉบับเต็ม และ หลักฐานทุนสำรอง (Proof of Reserves) ฉบับใหม่หลังสอบสวนเสร็จ
ข้อควรรู้คือ คำยืนยันว่าเงินผู้ใช้ปลอดภัยยังเป็นข้อมูลจาก Binance เอง ควรติดตามรายงานฉบับเต็มและหลักฐานทุนสำรองที่จะออกมา
ผลกระทบต่อตลาด
- Bitcoin ร่วงราว 5% ลงไปต่ำกว่า 77,000 ดอลลาร์
- BNB เหรียญของ Binance ร่วงราว 8%
- ดัชนีความกลัวและความโลภ (Fear & Greed Index) ลงไปที่โซน "กลัว"
แล้ว Binance TH ในไทยล่ะ
Binance TH ที่ให้บริการในไทย ดำเนินการโดยบริษัทในไทยที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. แยกจาก Binance ระดับโลก ผู้ใช้ Binance TH ควรติดตามประกาศจากช่องทางทางการของ Binance TH โดยตรง และอย่าเชื่อข้อมูลจากแหล่งที่ไม่ยืนยัน
ระวัง! มิจฉาชีพแอบอ้าง Binance
ทุกครั้งที่มีข่าวใหญ่ มิจฉาชีพจะฉวยโอกาสทันที Binance เองก็เตือนผู้ใช้ให้ระวัง รูปแบบที่ควรระวัง:
- ข้อความหรืออีเมลอ้างว่าเป็น Binance ให้กด "ยืนยันบัญชี" หรือ "ย้ายเงินไปกระเป๋าปลอดภัย"
- ลิงก์รับเงินชดเชย ที่ให้กรอกรหัสผ่าน รหัส 2FA หรือ Seed Phrase
- บัญชีปลอมในโซเชียล ที่ทักมาเสนอช่วยกู้เงินคืน
- แอปปลอม ที่ชื่อและไอคอนคล้ายของจริง
จำไว้: Binance และศูนย์ซื้อขายที่ถูกต้อง จะไม่ขอรหัสผ่าน รหัส 2FA หรือ Seed Phrase และ จะไม่ให้ย้ายเงินไปที่อยู่อื่น ไม่ว่ากรณีใด
ผู้ใช้แอปคริปโตบนมือถือควรทำอะไรตอนนี้
- อย่าตื่นตระหนก ติดตามข่าวจาก แอปหรือเว็บไซต์ทางการเท่านั้น
- อย่ากดลิงก์ จากข้อความ อีเมล หรือโซเชียลที่อ้างเรื่องการแฮก
- เปิดการยืนยันตัวตน 2 ชั้น (2FA) ด้วยแอป Authenticator หรือ Passkey แทน SMS
- ตั้ง Anti-Phishing Code ในบัญชี (ถ้าศูนย์ซื้อขายมีให้) จะได้แยกอีเมลจริงกับปลอมออก
- เปิด Whitelist ที่อยู่ถอนเงิน ให้ถอนได้เฉพาะไปยังกระเป๋าที่ตั้งไว้
- อัปเดตแอปและระบบปฏิบัติการ ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด
- อย่าเก็บเงินทั้งหมดไว้ที่เดียว พิจารณากระจายความเสี่ยง หรือเก็บส่วนที่ไม่ได้เทรดไว้ในกระเป๋าส่วนตัว
บทเรียนจากเหตุการณ์นี้
แม้แต่ศูนย์ซื้อขายที่ใหญ่ที่สุดในโลกก็ถูกเจาะได้ และจุดเริ่มต้นอาจเป็นแค่ อุปกรณ์ของพนักงานคนเดียว บทเรียนนี้ใช้ได้กับทุกคน มือถือและคอมพิวเตอร์ที่ใช้ทำธุรกรรมการเงินต้องปลอดภัยที่สุด อัปเดตสม่ำเสมอ ไม่ลงแอปจากแหล่งที่ไม่รู้จัก และไม่กดลิงก์แปลกๆ
บทความนี้เป็นการสรุปข่าว ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
สรุป
Binance ถูกแฮกเมื่อ 29 ต.ค. 2026 เสียหายราว 6,300 ล้านดอลลาร์ เป็นการแฮกคริปโต ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ จุดเริ่มต้นอาจมาจาก แล็ปท็อปของวิศวกรที่ถูกเจาะ ผู้เชี่ยวชาญชี้ไปที่กลุ่มแฮกเกอร์เกาหลีเหนือ Binance อายัดเงินได้ราว 3,000 ล้านดอลลาร์ และยืนยันว่า จะชดเชยความเสียหายทั้งหมด ส่วนการถอนจะทยอยเปิดในสุดสัปดาห์นี้ สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับผู้ใช้ตอนนี้คือ ระวังมิจฉาชีพแอบอ้าง และ เปิดระบบความปลอดภัยของบัญชีให้ครบ
มือถือเก่าไม่ได้อัปเดตความปลอดภัยแล้ว อยากเปลี่ยนเครื่องใหม่ไว้ทำธุรกรรม? ขายเครื่องเดิมให้ BunnyPhone ประเมินราคาฟรี @bunnyphone
อ่านต่อ:
- ช่องโหว่ PHP2Shell เว็บไซต์ทั่วโลกเสี่ยงถูกแฮก
- มือถือโดนแฮกไหม เช็กสปายแวร์ทั้ง iPhone และ Android
- มือถือ Android ได้อัปเดตกี่ปี เช็กยังไง แต่ละแบรนด์ต่างกันแค่ไหน
Sources:
https://www.aljazeera.com/economy/2026/10/30/binance-says-2-54bn-in-crypto-funds-frozen-amid-potential-security-issue
https://techcrunch.com/2026/10/29/binance-pauses-withdrawals-as-hackers-suspected-of-stealing-billions-in-crypto/
https://thenextweb.com/news/binance-hack-6-3bn-north-korea-tradertraitor
https://www.forbes.com/sites/antoniopequenoiv/2026/10/30/binance-says-it-plans-to-resume-withdrawals-this-weekend-after-63-billion-hack/
https://cointelegraph.com/news/live-updates-binance-63b-hack-linked-to-north-koreas-tradertraitor

ความคิดเห็น (0)
ยังไม่มีความคิดเห็น — มาเป็นคนแรกกัน!
แสดงความคิดเห็น
บทความที่เกี่ยวข้อง
OTP คืออะไร ทำไมห้ามบอกใครเด็ดขาด
OTP คือรหัสผ่านใช้ครั้งเดียวที่ส่งมาทาง SMS เพื่อยืนยันตัวตน ใช้ได้ 3-5 นาทีแล้วหมดอายุ เป็นเกราะป้องกันบัญชีชั้นที่ 2 ที่มิจฉาชีพอยากได้ที่สุด บทความนี้อธิบายการทำงาน กลโกงยอดฮิต และกฎเหล็ก 5 ข้อป้องกันไม่ให้โดนดูดเงิน
.go.th .com .net ต่างกันยังไง แบบไหนปลอดภัย
.go.th, .com, .net และโดเมนอื่นๆ ต่างกันยังไง ทำไมเว็บราชการถึงน่าเชื่อถือกว่า บทความนี้อธิบายความหมายของแต่ละนามสกุลโดเมน พร้อมวิธีจับเว็บปลอมจากการสังเกตชื่อโดเมนที่มิจฉาชีพมักใช้หลอกลวง
ระวัง! มิจฉาชีพใช้ AI หลอกได้แนบเนียนกว่าเดิม ปี 2026
AI ไม่ได้ถูกใช้แค่เพื่อช่วยงานหรือสร้างสรรค์ผลงาน แต่กำลังกลายเป็นอาวุธที่มิจฉาชีพนำมาใช้หลอกลวงคนทั่วโลก รวมถึงคนไทยด้วย ข้อมูลจาก สกมช. เผยว่าไทยติดอันดับ 9 ของโลก ในประเทศที่มีมูลค่าความเสียหายจากการหลอกลวงออนไลน์สูงสุด โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 37,000 บาทต่อคน บทความนี้รวบรวม 5 รูปแบบการหลอกลวงด้วย AI ที่ต้องรู้ พร้อมวิธีป้องกันตัวเองแบบง่ายๆ
