8 เทคนิคความปลอดภัยบน iPhone ที่คนส่วนใหญ่ยังไม่ได้เปิด
iPhone ขึ้นชื่อเรื่องระบบรักษาความปลอดภัย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัย 100% จากการถูกแฮกหรือถูกดักข้อมูล โดยเฉพาะในยุคที่การใช้มือถือเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนตัว การเงิน และบัญชีสำคัญต่างๆ บทความนี้รวบรวม 8 เทคนิคที่ทำได้ง่ายๆ ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที แต่ช่วยปิดช่องโหว่ได้จริง

1. เปิด Stolen Device Protection (ป้องกันเครื่องถูกขโมย)
ถ้า iPhone ถูกขโมยและคนร้ายรู้รหัสผ่านหน้าจอ ฟีเจอร์นี้จะบังคับให้ใช้ Face ID หรือ Touch ID เท่านั้นในการเปลี่ยนรหัสผ่าน Apple ID หรือปิด Find My และจะมีการหน่วงเวลา 1 ชั่วโมงหากพยายามเปลี่ยนการตั้งค่าสำคัญในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย
วิธีเปิด: ตั้งค่า → Face ID และรหัส → ปกป้องอุปกรณ์ที่ถูกขโมย → เปิด
2. เปิด Two-Factor Authentication (2FA)
เมื่อผู้ใช้ต้องการลงชื่อเข้าใช้ Apple ID จากอุปกรณ์ใหม่ ระบบจะส่งรหัส 6 หลักไปยังอุปกรณ์ Apple อีกเครื่องเพื่อยืนยันตัวตน ทำให้แม้มีคนรู้รหัสผ่าน Apple ID ก็ยังไม่สามารถเข้าบัญชีได้
วิธีเปิด: ตั้งค่า → [ชื่อของคุณ] → ลงชื่อเข้าและความปลอดภัย → เปิดการตรวจสอบสิทธิ์สองปัจจัย
3. ตั้งค่าล็อคหน้าจออัตโนมัติให้สั้น
ตั้งค่าการล็อคหน้าจออัตโนมัติให้ล็อคในระยะเวลาสั้น เช่น 30 วินาที ไม่ควรตั้งให้หน้าจอเปิดตลอดเวลา เพราะถ้าวางเครื่องทิ้งไว้แค่ครู่เดียว ข้อมูลก็อาจรั่วได้
วิธีตั้ง: ตั้งค่า → จอภาพและความสว่าง → ล็อคอัตโนมัติ → เลือก 30 วินาที หรือ 1 นาที
4. ตรวจสอบสิทธิ์แอปไม่ให้ใช้ข้อมูลเกินจำเป็น
ควรตรวจสอบสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลของแต่ละแอปในเมนู Privacy & Security เช่น การเข้าถึงกล้อง ไมโครโฟน ตำแหน่ง และรายชื่อ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีแอปใดใช้ข้อมูลเกินความจำเป็น
วิธีเช็ค: ตั้งค่า → ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย → เลือกแต่ละหมวด (กล้อง, ไมโครโฟน, ตำแหน่ง) แล้วดูว่าแอปไหนได้สิทธิ์ไปบ้าง
5. ปิดการเข้าถึง Control Center บนหน้าจอล็อค
คนร้ายมักเปิด Airplane Mode ทันทีที่ขโมยเครื่องเพื่อตัดการเชื่อมต่อ การปิดการเข้าถึงแผงควบคุมขณะล็อคเครื่องจะช่วยป้องกันปัญหานี้ได้
วิธีปิด: ตั้งค่า → Face ID และรหัส → ปิด "Control Center" ในส่วน "อนุญาตการเข้าถึงขณะล็อค"
6. ใช้ Safety Check ตรวจสอบการแชร์ข้อมูล
ฟีเจอร์ Safety Check ช่วยให้ตรวจสอบและยกเลิกการแชร์ข้อมูล เช่น ตำแหน่ง อัลบั้มรูป กับบุคคลอื่นหรือแอปต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสำหรับการจัดการความเป็นส่วนตัวในทุกความสัมพันธ์
วิธีใช้: ตั้งค่า → ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย → Safety Check → จัดการการแชร์และการเข้าถึง
7. เปิด Lockdown Mode สำหรับคนที่ต้องการความปลอดภัยสูงสุด
โหมดล็อคดาวน์ช่วยปกป้อง iPhone จากการคุกคามทางไซเบอร์ขั้นสูง ป้องกันการกดลิงก์อันตราย Spyware หรือถูกหลอกให้ติดตั้ง Configuration Profiles ที่ทำให้คนร้ายควบคุม iPhone จากระยะไกลได้ แต่ข้อเสียคืออาจทำให้ฟีเจอร์บางอย่างใช้ไม่ได้ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความปลอดภัยสูงเป็นพิเศษ
วิธีเปิด: ตั้งค่า → ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย → โหมดล็อคดาวน์ → เปิดและรีสตาร์ท
8. ใช้ "Sign in with Apple" แทนการสมัครสมาชิกด้วยอีเมลจริง
การใช้ Sign in with Apple ช่วยสร้างอีเมลแบบสุ่มที่ฟอร์เวิร์ดข้อความมาที่อีเมลจริง ทำให้บริการที่สมัครไม่ได้รับอีเมลจริงของเรา หากมีการรั่วไหลของข้อมูล ตัวตนส่วนตัวก็ยังได้รับการปกป้อง
วิธีใช้: เวลาสมัครแอปหรือเว็บที่รองรับ → เลือก "Sign in with Apple" → ยืนยันตัวตน → Apple จะสร้างอีเมลปลอมให้อัตโนมัติ
สรุป
การสละเวลาเพียง 5-10 นาทีเพื่อตั้งค่าเหล่านี้ จะช่วยให้ข้อมูลสำคัญและเงินในบัญชีบน iPhone ปลอดภัยขึ้นอย่างมาก และถ้าวันไหนอยากขายเครื่อง ก็อย่าลืมลบข้อมูลและออกจาก Apple ID ให้เรียบร้อยก่อนด้วย
กำลังจะขาย iPhone ประเมินราคาฟรีได้เลย
Sources:
https://www.uficon.com/iphone-security-settings/
https://www.istudiobyspvi.com/blogs/iphone/increase-security-with-iphone
https://www.iphonemod.net/5-security-features-on-iphone.html
https://www.springnews.co.th/digital-tech/technology/852354

ความคิดเห็น (0)
ยังไม่มีความคิดเห็น — มาเป็นคนแรกกัน!
แสดงความคิดเห็น
บทความที่เกี่ยวข้อง
iOS 27.2 มีอะไรใหม่ ควรอัปเดตไหม
iOS 27.2 มีอะไรใหม่ Siri AI ฉลาดขึ้น เลือกแอปที่ Siri เข้าถึงได้ ข้อความแนะนำนัดหมาย อุดช่องโหว่กว่า 160 จุด รุ่นไหนได้ฟีเจอร์ครบ และควรอัปเดตตอนนี้ไหม
โหมดโฟกัส iPhone ใช้ยังไง ไม่ให้แจ้งเตือนกวนใจ
โหมดโฟกัส iPhone ปิดแจ้งเตือนแบบเลือกได้ ไม่พลาดสายสำคัญ สอนตั้งค่าทีละขั้น พร้อม 4 สูตรโหมดนอน ทำงาน ส่วนตัว และขับรถ ตั้งให้เปิดอัตโนมัติตามเวลาหรือสถานที่
เปลี่ยนแบต iPhone ที่ศูนย์ ราคาเท่าไหร่ ปี 2569 ทุกรุ่น
ราคาเปลี่ยนแบต iPhone ที่ศูนย์ Apple ปี 2569 ทุกรุ่น เริ่ม 2,590 บาท สูงสุด 4,590 บาท พร้อมเงื่อนไขเปลี่ยนฟรีกับ AppleCare+ วิธีเช็คว่าถึงเวลาเปลี่ยน และศูนย์กับร้านนอกต่างกันยังไง
