เปิด 2FA และ Passkey ให้บัญชีสำคัญบนมือถือ
กันบัญชีโดนแฮก เปิด 2FA ด้วยแอป Authenticator และ Passkey ให้ Google, Apple, Facebook, LINE และแอปคริปโต ทำไม SMS ไม่ปลอดภัยพอ พร้อมวิธีตั้งค่าทีละขั้นตอน

หลังข่าว Binance โดนแฮก หลายคนเริ่มกังวลเรื่องความปลอดภัยของบัญชีตัวเอง ข่าวดีคือบัญชีส่วนตัวของเราป้องกันได้ง่ายกว่าที่คิด แค่เปิด การยืนยันตัวตน 2 ชั้น (2FA) และ Passkey ให้บัญชีสำคัญ ก็กันการโดนแฮกจากรหัสผ่านรั่วหรือเว็บปลอมได้เกือบทั้งหมด บทความนี้สอนตั้งค่าทีละขั้นตอนบนมือถือ
2FA และ Passkey คืออะไร
2FA (Two-Factor Authentication)
คือการยืนยันตัวตน 2 ชั้น นอกจากรหัสผ่านแล้ว ต้องใส่รหัสครั้งเดียวหรือกดยืนยันจากอุปกรณ์อีกชั้น ถ้ารหัสผ่านหลุด แฮกเกอร์ก็ยังเข้าบัญชีไม่ได้
Passkey
คือการล็อกอิน แบบไม่ต้องใช้รหัสผ่าน ใช้ลายนิ้วมือ สแกนหน้า หรือรหัสปลดล็อกมือถือยืนยันแทน จุดเด่นคือ กันเว็บปลอมได้ เพราะ Passkey ทำงานกับเว็บหรือแอปของจริงเท่านั้น ต่อให้เผลอกดลิงก์ปลอมก็ล็อกอินไม่ได้
2FA แบบไหนปลอดภัยที่สุด
| วิธี | ความปลอดภัย | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| Passkey | สูงที่สุด | กันเว็บปลอมได้ ไม่ต้องจำรหัส |
| กุญแจความปลอดภัย (Security Key) | สูงมาก | เป็นอุปกรณ์แยกที่ต้องซื้อเพิ่ม |
| แอป Authenticator | สูง | เช่น Google Authenticator, Microsoft Authenticator |
| กดยืนยันในแอป (Prompt) | สูง | ต้องระวังกดยืนยันโดยไม่ได้ตั้งใจ |
| SMS OTP | ต่ำที่สุด | เสี่ยงโดนสวมซิมหรือหลอกขอ OTP |
ทำไม SMS ไม่ปลอดภัยพอ
- สวมรอยซิม (SIM Swap): มิจฉาชีพหลอกค่ายมือถือให้ออกซิมใหม่ในเบอร์ของเรา แล้วรับ OTP แทน
- หลอกขอ OTP: โทรมาหรือส่งข้อความหลอกให้บอกรหัส
- ข้อความถูกดักอ่าน ผ่านแอปที่ได้สิทธิ์อ่าน SMS
SMS ยังดีกว่าไม่เปิด 2FA เลย แต่ถ้าบัญชีไหนรองรับ Passkey หรือแอป Authenticator ควรเปลี่ยนไปใช้
ตั้งค่าบัญชีสำคัญทีละบัญชี
บัญชี Google (สำคัญที่สุดสำหรับ Android)
บัญชีนี้ผูกกับ Gmail, รูปใน Google Photos และการกู้คืนบัญชีอื่นๆ อีกมาก
- เข้า myaccount.google.com หรือ การตั้งค่า > Google > จัดการบัญชี Google
- ไปที่แท็บ ความปลอดภัย
- เปิด การยืนยันแบบ 2 ขั้นตอน
- ในหน้าเดียวกัน กด พาสคีย์และคีย์ความปลอดภัย > สร้างพาสคีย์ แล้วยืนยันด้วยลายนิ้วมือหรือการปลดล็อกหน้าจอ
- ดาวน์โหลดรหัสสำรอง (Backup Codes) เก็บไว้ในที่ปลอดภัย
Apple ID (สำหรับ iPhone)
- Apple ID ส่วนใหญ่เปิด การตรวจสอบสิทธิ์สองปัจจัย ไว้แล้ว เช็กได้ที่ การตั้งค่า > [ชื่อของคุณ] > ลงชื่อเข้าและความปลอดภัย
- iPhone เก็บ Passkey ไว้ในแอป รหัสผ่าน (Passwords) และซิงก์ผ่าน iCloud Keychain อัตโนมัติ เวลาเว็บหรือแอปถามว่าจะสร้างพาสคีย์ไหม ให้กดยอมรับ
- ตั้ง ผู้ติดต่อกู้คืนบัญชี (Recovery Contact) ไว้ เผื่อเข้าบัญชีไม่ได้
Facebook และ Instagram
- เปิด ศูนย์บัญชี (Accounts Center) ในแอป
- ไปที่ รหัสผ่านและความปลอดภัย > การยืนยันตัวตนแบบสองขั้นตอน
- เลือกบัญชี แล้วเลือก แอปยืนยันตัวตน แทน SMS
- ถ้ามีตัวเลือก พาสคีย์ ในหน้าเดียวกัน ให้เพิ่มไว้ด้วย
LINE
- ตั้ง อีเมลและรหัสผ่าน ให้บัญชี เผื่อต้องย้ายเครื่องหรือกู้คืน
- เช็กว่ามี อุปกรณ์ไหนล็อกอินอยู่บ้าง ในเมนูบัญชี ถ้าเจออุปกรณ์ที่ไม่รู้จักให้ออกจากระบบทันที
- ถ้าไม่ได้ใช้ LINE บนคอมพิวเตอร์ ให้ ปิดการอนุญาตให้ล็อกอินจากอุปกรณ์อื่น
- ห้ามบอกรหัสยืนยัน 6 หลัก ที่ LINE ส่งมาให้ใครเด็ดขาด
แอปคริปโตและแอปการเงิน
- เปิด Passkey หรือ แอป Authenticator แทน SMS
- ตั้ง Anti-Phishing Code (ถ้ามี) จะได้แยกอีเมลจริงกับอีเมลปลอมออก
- เปิด Whitelist ที่อยู่ถอนเงิน ให้ถอนได้เฉพาะไปยังกระเป๋าที่ตั้งไว้
- เปิด การแจ้งเตือนการล็อกอินและการถอนเงิน
ใช้แอป Authenticator ยังไง
- ดาวน์โหลด Google Authenticator หรือ Microsoft Authenticator จาก App Store / Play Store
- ในหน้าตั้งค่า 2FA ของบัญชีที่ต้องการ เลือก แอปยืนยันตัวตน
- ใช้แอป Authenticator สแกน QR Code ที่ขึ้นบนจอ
- ใส่รหัส 6 หลักจากแอปเพื่อยืนยัน
- บันทึกรหัสสำรอง ที่บัญชีให้มา
เปิด สำรองข้อมูลบนคลาวด์ ในแอป Authenticator ด้วย ถ้าเปลี่ยนมือถือหรือเครื่องหาย รหัสจะไม่หายไปพร้อมเครื่อง
สิ่งที่ต้องทำก่อนเปลี่ยนหรือขายมือถือ
ข้อนี้คนลืมกันบ่อยที่สุด:
- ย้ายแอป Authenticator ไปเครื่องใหม่ก่อน (ใช้ฟีเจอร์ส่งออกบัญชี หรือสำรองบนคลาวด์)
- เช็กว่า Passkey ซิงก์ไปเครื่องใหม่แล้ว ผ่านบัญชี Google หรือ iCloud
- ลองล็อกอินบัญชีสำคัญบนเครื่องใหม่ให้ได้ก่อน แล้วค่อยล้างเครื่องเก่า
- เก็บรหัสสำรองไว้นอกมือถือ เช่น จดใส่กระดาษเก็บในที่ปลอดภัย
ถ้าล้างเครื่องเก่าทั้งที่ยังไม่ได้ย้าย Authenticator อาจเข้าบัญชีตัวเองไม่ได้
สรุป
กันบัญชีโดนแฮกด้วย 2FA และ Passkey วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือ Passkey รองลงมาคือ แอป Authenticator ส่วน SMS OTP ปลอดภัยน้อยที่สุด เพราะเสี่ยงสวมซิมและโดนหลอกขอรหัส เริ่มจาก บัญชี Google หรือ Apple ID ก่อน ตามด้วยโซเชียล LINE และแอปการเงิน และก่อนเปลี่ยนมือถือต้อง ย้าย Authenticator และเช็ก Passkey ให้เรียบร้อย ก่อนล้างเครื่องเก่า
ย้ายบัญชีไปเครื่องใหม่เรียบร้อยแล้ว? ขายมือถือเครื่องเดิมให้ BunnyPhone ประเมินราคาฟรี @bunnyphone
อ่านต่อ:
- Binance โดนแฮก 6,300 ล้านดอลลาร์ ผู้ใช้ต้องทำอะไร
- มือถือโดนแฮกไหม เช็กสปายแวร์ทั้ง iPhone และ Android
- เช็กลิสต์เตรียมมือถือก่อนขาย 10 ขั้นตอน ทั้ง iPhone และ Android
Sources:
https://support.google.com/accounts/answer/185839?hl=en
https://security.googleblog.com/2023/05/so-long-passwords-thanks-for-all-phish.html

ความคิดเห็น (0)
ยังไม่มีความคิดเห็น — มาเป็นคนแรกกัน!
แสดงความคิดเห็น
บทความที่เกี่ยวข้อง
Passkey คืออะไร ปลอดภัยกว่ารหัสผ่านยังไง
Passkey คือวิธีล็อกอินแบบใหม่ที่ใช้สแกนหน้า สแกนนิ้ว หรือ PIN แทนการพิมพ์รหัสผ่าน กันเว็บปลอมได้และไม่มีรหัสให้รั่ว บทความนี้อธิบายหลักการทำงานแบบเข้าใจง่าย ต่างจาก OTP ยังไง วิธีเปิดใช้กับบัญชี Google บน iPhone และ Android และถ้าเปลี่ยนหรือขายมือถือ Passkey จะหายไหม
ตั้งค่ามือถือกันโทรสแปมและแก๊งคอลเซ็นเตอร์
ตั้งค่ามือถือกันโทรสแปมและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ทั้ง iPhone และ Android กรองสายไม่รู้จัก บล็อกเบอร์ต่างประเทศ +697 และแจ้งเบอร์มิจฉาชีพที่ 1441
eSIM คืออะไร เปลี่ยนซิมเป็น eSIM ยังไง ย้ายเครื่องทำไง
eSIM คืออะไร ข้อดีข้อเสีย วิธีเปลี่ยนซิมเป็น eSIM กับ AIS, True, dtac วิธีย้าย eSIM ไปเครื่องใหม่ และต้องลบ eSIM ยังไงก่อนขายมือถือเครื่องเดิม
